5 เหตุผล ทำไมเราต้องใช้ไวร์เมชที่ได้มาตรฐาน มอก. และการรับรองคุณภาพ
วันนี้เรามาดูเหตุผลที่ทำไมหากจะใช้ไวร์เมชเพื่อเพทพื้น เราจึงต้องใช้ไวร์เมชที่มีมาตรฐาน มอก. เพื่อความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของโครงสร้าง
ไวร์เมชได้มาตรฐาน มอก. ดังนี้
- มอก.747-2531 สำหรับลวดเหล็กกล้าดึงเย็นเสริมคอนกรีต,
- มอก.943-2533 สำหรับลวดเหล็กกล้าข้ออ้อยดึงเย็นเสริมคอนกรีต
- มอก.737-2549 สำหรับตะแกรงเหล็กกล้าเชื่อมติดเสริมคอนกรีต
โดยปกติไวร์เมชจะผลิตโดยเครื่องจักรที่ได้มาตรฐานและมีการรับรองมาตรฐาน มอก. อยู่แล้ว แต่ก็มีบางครั้งที่ตะแกรงไวร์เมช จากบางโรงงานก็ผลิตแบบไม่ได้มาตรฐาน ดังนั้นเราจึงต้องเลือกใช้ไวร์เมชที่ได้มาตรฐาน เพราะมีเหตุผลดังนี้
1. ความแข็งแรงและทนทานตามมาตรฐาน
ไวร์เมชที่ได้มาตรฐาน มอก. ผ่านกระบวนการผลิตที่ควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ทำให้มั่นใจได้ว่าเส้นลวดมี ความแข็งแรง สม่ำเสมอ และไม่เปราะหักง่าย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของโครงสร้าง
2. รับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบไว้
ไวร์เมชที่ผ่านมาตรฐานจะถูกควบคุมให้มี ขนาดลวดจริงตามที่ระบุไว้ เช่น 4.0 มม. ไม่บางกว่าที่กำหนด จึงสามารถรับแรงดันของคอนกรีต และน้ำหนักของโครงสร้างได้อย่างถูกต้อง
3. ช่วยป้องกันปัญหาระยะยาว เช่น แตกร้าวหรือทรุดตัว
ไวร์เมชที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมีจุดอ่อน ทำให้พื้นหรือโครงสร้างคอนกรีต แตกร้าวหรือทรุดในภายหลัง ซึ่งสร้างความเสียหายและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการซ่อมแซมในระยะยาว
4. รองรับโครงการภาครัฐและงานประมูล
โครงการของรัฐหรือหน่วยงานราชการส่วนใหญ่ กำหนดให้ใช้วัสดุที่ผ่าน มอก. เท่านั้น เพื่อความมั่นใจในคุณภาพ หากใช้ไวร์เมชไม่มีมาตรฐาน อาจไม่สามารถส่งงาน หรือถูกปรับเปลี่ยนแบบในภายหลัง โดยตะแกรงไวร์เมชที่ใช้ในงานก่อสร้างของภาครัฐบาล ต้องมีมาตรฐานดังนี้
- มอก.747-2531 สำหรับลวดเหล็กกล้าดึงเย็นเสริมคอนกรีต,
- มอก.943-2533 สำหรับลวดเหล็กกล้าข้ออ้อยดึงเย็นเสริมคอนกรีต
- มอก.737-2549 สำหรับตะแกรงเหล็กกล้าเชื่อมติดเสริมคอนกรีต
5. สร้างความน่าเชื่อถือให้กับช่าง ผู้รับเหมา และเจ้าของโครงการ
การใช้ไวร์เมชที่ได้รับรองมาตรฐาน เป็นเครื่องยืนยันว่าผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการ ใส่ใจคุณภาพ และไม่ลดต้นทุนด้วยวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และความไว้วางใจจากลูกค้า


