Open post

Q&A เกี่ยวกับ ตะแกรงไวร์เมชเทพื้น (Wire Mesh)

Q&A เกี่ยวกับ ตะแกรงไวร์เมชเทพื้น (Wire Mesh) 1. Q: ตะแกรงไวร์เมชคืออะไร? A: ตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh) คือเหล็กเส้นกลม หรือ เหล็กเส้นข้ออ้อย รีดเรียบ ที่นำมาเชื่อมติดกันเป็นตาราง โดยใช้สำหรับเสริมแรงในงานคอนกรีต เช่น เทพื้น เทถนนคอนกรีต พื้นบ้าน 2. Q: ตะแกรงไวร์เมชขนาดมาตรฐานมีกี่แบบ? A: ขนาดมาตรฐานที่นิยมใช้ ได้แก่ ขนาดเส้นลวด 4.0 มม., 5.0 มม., 6.0 มม. 9.0 มม. และขนาดช่องตาราง 15×15 ซม. หรือ 20×20 ซม. ขนาดแผ่นแบบแผงมาตรฐานคือ 3×6 เมตร , 3×10 เมตร และ ขนาดม้วนมาตรฐาน 2×25 เมตร , 2×50...

Open post

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับไวร์เมช สำหรับช่างมือใหม่

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับไวร์เมช สำหรับช่างมือใหม่ สำหรับช่างมือใหม่ที่กำลังจะเทพื้นบ้าน การรู้จักและเข้าใจเรื่อง ตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh) เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะตะแกรงไวร์เมชเป็นวัสดุที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้พื้นคอนกรีตของคุณ 1. ตะแกรงไวร์เมชคืออะไร? * คือเหล็กเส้นกลม หรือเหล็กข้ออ้อย ที่นำมาเชื่อมติดกันเป็นตารางสำเร็จรูป * ใช้แทนการผูกเหล็กหน้างานแบบเดิม ในการเทพื้นคอนกรีต * มีทั้งแบบ เหล็กกลม (RB) และ เหล็กข้ออ้อย (DB)   2. ไวร์เมชมีขนาดและแบบอะไรบ้าง? * ขนาดเส้นเหล็กที่ใช้ทั่วไป: 3.0 mm, 4.0 mm, 5.0 mm, 6.0 mm, 9.0 mm เป็นต้น * ขนาดตาราง: มาตรฐานคือ 20×20 ซม. , 15×15 ซม. * ขนาดแผ่น: – 2 เมตร x...

Open post

ตะแกรงไวร์เมช เสริมคอนกรีต แข็งแรง ทนทาน ติดตั้งง่าย ใช้งานได้หลากหลาย

ตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh) เป็นวัสดุสำคัญที่ใช้ในการเสริมความแข็งแรงให้กับงานคอนกรีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงสร้างคอนกรีตที่ต้องการความคงทนและลดการแตกร้าว ตะแกรงไวร์เมชผลิตจากการนำลวดเหล็กกล้าดึงเย็น (Cold Drawn Steel Wire) มาเชื่อมติดกันเป็นตารางสี่เหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้าด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย เพื่อให้ได้ระยะห่างและขนาดที่แม่นยำ ตะแกรงไวร์เมชมีทั้งแบบแผง และแบบม้วน 1. คุณสมบัติเด่นที่ทำให้ตะแกรงไวร์เมช “แข็งแรง ทนทาน” – ผลิตจากเหล็กกล้าดึงเย็น: ตะแกรงไวร์เมชผลิตจากลวดเหล็กกล้าที่ผ่านกระบวนการดึงเย็นจะมีความเค้นคราก (Yield Strength) สูงกว่าเหล็กเส้นกลมธรรมดา ทำให้ตะแกรงไวร์เมชมีความแข็งแรงและรับน้ำหนักได้ดีเยี่ยม เมื่อนำไปเสริมในคอนกรีต จะช่วยกระจายแรงได้ทั่วถึง ลดโอกาสการแตกร้าวจากการหดตัวของคอนกรีต หรือจากการรับน้ำหนักบรรทุก – การเชื่อมยึดที่แข็งแรง: จุดเชื่อมต่อของลวดแต่ละเส้นถูกเชื่อมด้วยระบบไฟฟ้า (Electric Resistance Welding) ที่ให้ความแม่นยำสูง ทำให้มั่นใจได้ว่าโครงสร้างของตะแกรงจะมั่นคง ไม่บิดเบี้ยว หรือหลุดง่ายภายใต้แรงดึงและแรงอัด – ลดปัญหาการแตกร้าว: ตะแกรงไวร์เมชทำหน้าที่เป็นโครงสร้างรับแรงดึงในเนื้อคอนกรีต ซึ่งคอนกรีตเองมีความสามารถในการรับแรงดึงต่ำ การเสริมไวร์เมชจึงช่วยป้องกันและควบคุมการเกิดรอยแตกร้าวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ การหดตัวของคอนกรีตเมื่อแห้งตัว หรือแรงสั่นสะเทือนต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. “ติดตั้งง่าย” ช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน – รูปแบบสำเร็จรูป: ตะแกรงไวร์เมชมาในรูปแบบแผงสำเร็จรูป ไม่ต้องเสียเวลามาผูกเหล็กทีละเส้นหน้างาน ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทำงานได้อย่างมาก...

Open post

ขั้นตอนการปูไวร์เมชแบบม้วน

ขั้นตอนการปูไวร์เมชแบบม้วน หลังจากที่ปรับระดับพื้น ให้ได้ความเหมาะสมที่จะเทคอนกรีตแล้ว หลังจากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนการปูตะแกรงไวร์เมช เรามาดูวิธีการปูตะแกรงไวร์เมชที่ถูกต้องและเหมาะสมกันครับ การใช้ไวร์เมชแบบม้วนมีข้อดีคือสะดวกต่อการขนส่ง แต่เมื่อถึงหน้างานต้องมีการเตรียมและติดตั้งอย่างเหมาะสม 1. คลี่ไวร์เมชให้เรียบก่อนใช้งาน เนื่องจากไวร์เมชแบบม้วนจะมีลักษณะโค้งงอเมื่อแกะออกจากม้วน ควรคลี่ให้กลายเป็นแผงเรียบก่อนใช้งาน เพื่อให้ง่ายต่อการวางบนพื้นที่จริง และลดการโก่งตัวของเหล็ก 2. ตัดไวร์เมชให้ได้ขนาดที่ต้องการ หลังจากคลี่เป็นแผงแล้ว ให้ใช้เครื่องมือตัดเหล็กหรือลวดตัดให้ได้ตามขนาดที่เหมาะสมกับหน้างาน เช่น ความกว้างของพื้นที่หรือรูปทรงของพื้นที่ที่ต้องปู 3. จัดการกับไวร์เมชที่กระดก ปัญหาที่พบได้บ่อยคือไวร์เมชกระดก ไม่แนบกับพื้น เพราะเหล็กยังคงรูปทรงจากการม้วน วิธีแก้คือ: ใช้แท่นปูน บล็อก หรือของหนักๆ วางทับให้เหล็กแนบกับพื้น หรือวางไวร์เมชโดยคว่ำด้านที่โค้งลงพื้น จะช่วยให้แนบพื้นได้ดีขึ้น กดและจัดตำแหน่งให้ไวร์เมชเรียบร้อยก่อนวางคอนกรีต 4. ล็อคไวร์เมชให้มั่นคง เมื่อวางไวร์เมชลงพื้นเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการยึดไวร์เมชกับพื้น เพื่อไม่ให้ขยับหรือเด้งในระหว่างการเทคอนกรีต โดยสามารถทำได้ด้วยวิธี: ใช้เหล็กแหลมหรือเหล็กงอ ตอกทับบริเวณที่กระดกหรือเสี่ยงต่อการขยับ วางหรือตอกเป็นระยะเพื่อให้แผ่นไวร์เมชยึดแน่นอยู่กับพื้นตลอดแนว

Open post

5 เหตุผล ทำไมเราต้องใช้ไวร์เมชที่ได้มาตรฐาน มอก. และการรับรองคุณภาพ

5 เหตุผล ทำไมเราต้องใช้ไวร์เมชที่ได้มาตรฐาน มอก. และการรับรองคุณภาพ วันนี้เรามาดูเหตุผลที่ทำไมหากจะใช้ไวร์เมชเพื่อเพทพื้น เราจึงต้องใช้ไวร์เมชที่มีมาตรฐาน มอก. เพื่อความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของโครงสร้าง ไวร์เมชได้มาตรฐาน มอก. ดังนี้ มอก.747-2531 สำหรับลวดเหล็กกล้าดึงเย็นเสริมคอนกรีต, มอก.943-2533 สำหรับลวดเหล็กกล้าข้ออ้อยดึงเย็นเสริมคอนกรีต มอก.737-2549 สำหรับตะแกรงเหล็กกล้าเชื่อมติดเสริมคอนกรีต โดยปกติไวร์เมชจะผลิตโดยเครื่องจักรที่ได้มาตรฐานและมีการรับรองมาตรฐาน มอก. อยู่แล้ว แต่ก็มีบางครั้งที่ตะแกรงไวร์เมช จากบางโรงงานก็ผลิตแบบไม่ได้มาตรฐาน ดังนั้นเราจึงต้องเลือกใช้ไวร์เมชที่ได้มาตรฐาน เพราะมีเหตุผลดังนี้ 1. ความแข็งแรงและทนทานตามมาตรฐาน ไวร์เมชที่ได้มาตรฐาน มอก. ผ่านกระบวนการผลิตที่ควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ทำให้มั่นใจได้ว่าเส้นลวดมี ความแข็งแรง สม่ำเสมอ และไม่เปราะหักง่าย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของโครงสร้าง 2. รับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบไว้ ไวร์เมชที่ผ่านมาตรฐานจะถูกควบคุมให้มี ขนาดลวดจริงตามที่ระบุไว้ เช่น 4.0 มม. ไม่บางกว่าที่กำหนด จึงสามารถรับแรงดันของคอนกรีต และน้ำหนักของโครงสร้างได้อย่างถูกต้อง 3. ช่วยป้องกันปัญหาระยะยาว เช่น แตกร้าวหรือทรุดตัว ไวร์เมชที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมีจุดอ่อน ทำให้พื้นหรือโครงสร้างคอนกรีต แตกร้าวหรือทรุดในภายหลัง ซึ่งสร้างความเสียหายและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการซ่อมแซมในระยะยาว 4. รองรับโครงการภาครัฐและงานประมูล...

Open post

ขนาดของตะแกรงไวร์เมช

ขนาดของตะแกรงไวร์เมช ตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh) เป็นวัสดุก่อสร้างที่ใช้เสริมความแข็งแรงให้กับคอนกรีต โดยมีขนาดและรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับงานต่าง ๆ การเลือกขนาดที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้งาน   📏 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของลวด (Wire Diameter) ตะแกรงไวร์เมช มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของลวดตั้งแต่ 2.80 มม. ถึง 12.00 มม. โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก: ลวดกลม (Plain Wire Mesh): ขนาดลวดตั้งแต่ 2.80 มม. ถึง 12.00 มม. ลวดข้ออ้อย (Deformed Wire Mesh): ขนาดลวดตั้งแต่ 4.00 มม. ถึง 12.00 มม.   ขนาดลวดที่นิยมใช้ ได้แก่: 2.80 มม. 3.00 มม. 3.00 มม. 4.00 มม....

Open post

ไวร์เมชขึ้นสนิมได้ไหม?

ไวร์เมชขึ้นสนิมได้ไหม? หลายคนสงสัย ว่า “ไวร์เมชขึ้นสนิมได้ไหม?” คำตอบคือ “ไวร์เมชเกิดสนิมได้” เพราะไวร์เมชก็คือเหล็กและ ผลิตมาจากเหล็ก ดังนั้น จึงเกิดสนิมได้ ตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh) มีโอกาสเกิดสนิมได้ เนื่องจากวัสดุหลักคือเหล็ก ซึ่งเมื่อสัมผัสกับความชื้นและออกซิเจนจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ทำให้เกิดสนิมบนพื้นผิวเหล็ก สนิมที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อความแข็งแรงและอายุการใช้งานของโครงสร้างคอนกรีตในระยะยาว สาเหตุที่ทำให้ไวร์เมชเกิดสนิม 1. การจัดเก็บไม่เหมาะสม: การวางตะแกรงไวร์เมชบนพื้นดินโดยตรงหรือในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง จะเพิ่มโอกาสในการเกิดสนิม 2. การสัมผัสกับน้ำหรือความชื้น: หากตะแกรงไวร์เมชสัมผัสกับน้ำฝนหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงโดยไม่มีการป้องกัน 3. การเก็บรักษาในที่ไม่เหมาะสม: การเก็บไวร์เมชในที่ที่มีการระบายอากาศไม่ดี หรือมีการสะสมของไอน้ำ   วิธีป้องกันการเกิดสนิมบนไวร์เมช: การเคลือบป้องกันสนิม: การใช้สารเคลือบป้องกันสนิม เช่น สีรองพื้นกันสนิม หรือการชุบสังกะสี กัลวาไนซ์ (Galvanization) จะช่วยป้องกันการเกิดสนิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดเก็บอย่างเหมาะสม: ควรเก็บตะแกรงไวร์เมชในที่แห้ง หลีกเลี่ยงการวางบนพื้นดินโดยตรง และควรมีการป้องกันจากฝนหรือความชื้น   สรุป: ตะแกรงไวร์เมชสามารถเกิดสนิมได้หากจัดเก็บและใช้งานไม่เหมาะสม การจัดเก็บในที่แห้งและห่างจากความชื้น จะช่วยลดการเกิดสนิมของไวร์เมชได้ดี   ขอบคุณข้อมูลจาก ทำไมเหล็กจึงเป็นสนิม

Open post

ซื้อตะแกรงไวร์เมชจากร้านวัสดุก่อสร้าง vs โรงงานโดยตรง แบบไหนคุ้มกว่า?

เปรียบเทียบราคาไวร์เมช: ซื้อจากร้านวัสดุก่อสร้าง vs โรงงานโดยตรง หลายคนคงมีความสงสัยว่า จะซื้อไวร์เมช จากร้านวัสดุทั่วไป หรือสามารถสั่งไวร์ฌมชจากโรงงานโดยตรงได้หรือไม่ แล้วมีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร การเปรียบเทียบราคาตะแกรงไวร์เมชระหว่าง ซื้อจากร้านวัสดุก่อสร้าง กับ ซื้อจากโรงงานโดยตรง มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ดังนี้   🏬 ซื้อจากร้านวัสดุก่อสร้าง ข้อดี: สะดวก ใกล้บ้าน ไม่ต้องรอจัดส่ง หากสินค้ามีพร้อมจัดส่ง สามารถซื้อจำนวนน้อยได้ตามต้องการ ไม่มีจำนวนขั้นต่ำที่ต้องสั่ง เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้งานทันที หรือซื้อน้อย ข้อเสีย: ราคาสูงกว่าซื้อจากโรงงาน (โดยเฉลี่ย 10-20%) ขนาดหรือสเปคไวร์เมชอาจมีให้เลือกจำกัด ทางหน้าร้ายอาจจะมีสินค้าในสต๊อคน้อย หรือไม่มีขนาดสินค้าตามที่ต้องการ สินค้าอาจถูกเก็บไว้นาน ทำให้ไวร์เมชอาจจะเกิดสนิมเล็กน้อย   🏭 ซื้อจากโรงงานโดยตรง ข้อดี: ราคาถูกกว่า เพราะไม่ผ่านคนกลาง สั่งจากโรงงานโดยตรง หรือผลิตกับโรงงานได้โดยตรง ได้ไวร์เมชผลิตใหม่จากโรงงาน มีขนาดและสเปคให้เลือกหลากหลาย สามารถผลิตตามขนาดที่ต้องการได้ สามารถสั่งผลิตตามขนาดเฉพาะได้ (บางโรงงาน) ข้อเสีย: ต้องซื้อขั้นต่ำในปริมาณมาก หรือสั่งผลิตตามปริมาณขั้นต่ำที่โรงงานกำหนด ต้องรอการผลิตและจัดส่ง ในกรณีที่เป็นสินค้าสั่งผลิต และไม่มีสต๊อค...

Open post

ตะแกรงไวร์เมช หรือผูกเหล็กเส้นเอง แบบไหนดีกว่า?

ตะแกรงไวร์เมช หรือผูกเหล็กเส้นเอง แบบไหนดีกว่า? คำถามยอดฮิตของช่างมือใหม่หรือเจ้าของบ้านที่กำลังจะเทพื้นก็คือ “จะใช้ตะแกรงไวร์เมช หรือผูกเหล็กเส้นเอง แบบไหนดีกว่า?” คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน งบประมาณ และความสะดวกในการทำงาน” เรามาดูข้อแตกต่างของแต่ละแบบเพื่อช่วยในการตัดสินใจกันครับ: ตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh) ✅ ข้อดี ผลิตจากโรงงาน มีมาตรฐาน ขนาดช่องและเส้นสม่ำเสมอ สะดวกและรวดเร็ว เพียงวางแผงไวร์เมชบนลูกปูนก็สามารถเทพื้นได้ทันที ลดแรงงาน ลดเวลาการผูกเหล็ก ใช้สำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่หรือพื้นบ้านทั่วไปได้ดี ⚠️ ข้อควรระวัง ต้องคำนวณการวางให้พอดีกับพื้นที่ เพราะตัดดัดได้จำกัด ต้องใช้เครื่องมือยกหรือคนช่วยหากแผงมีขนาดใหญ่ เหล็กเส้นผูกตะแกรงเอง ✅ ข้อดี ปรับขนาดช่องเหล็กได้อิสระตามต้องการ เหมาะกับพื้นที่ซับซ้อน พื้นเล็ก ๆ หรือรูปทรงไม่สม่ำเสมอ ใช้วัสดุได้ตรงกับความต้องการของช่างหรือวิศวกร ⚠️ ข้อควรระวัง ใช้เวลาและแรงงานมากกว่าการวางไวร์เมช ความสม่ำเสมอของตารางเหล็กขึ้นอยู่กับฝีมือของช่าง หากผูกไม่แน่น อาจเกิดการเคลื่อนตัวระหว่างเทคอนกรีตได้   🔍 สรุป: ใช้อะไรดีกว่า? สำหรับงานเทพื้นบ้านทั่วไป, ลานจอดรถ, เทพื้นโรงงานขนาดกลาง – ✅ ไวร์เมชคือทางเลือกที่เร็วและคุ้มกว่า...

Open post

ไวร์เมชแต่ละขนาดต่างกันยังไง?

ไวร์เมชแต่ละขนาดต่างกันยังไง? เลือกอย่างไรให้เหมาะกับงานเทพื้นบ้าน ตะแกรงไวร์เมช (Wire Mesh) เป็นวัสดุเสริมแรงที่นิยมใช้มากในการเทพื้นบ้าน เพราะติดตั้งง่าย สะดวก ประหยัดเวลา และช่วยให้พื้นคอนกรีตแข็งแรง ทนต่อการแตกร้าว ในสมัยก่อนจะใช้การผูกเหล็กเป็นตะแกรง หรือใช้ไม้ไผ่สาน เป็นตะแกรง รองแล้วเทคอนกรีตทับ โดยไวร์เมชจะมีหลายขนาดให้เลือก โดยแต่ละขนาดจะแตกต่างกันที่ “เส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็ก” เช่น 2.8 มม., 3.0 มม., 4.0 มม., 6.0 มม. เป็นต้น รวมถึงขนาดช่องตาราง (เช่น 20×20 ซม.) และขนาดของแผง (เช่น 2×6 เมตร) การเลือกใช้ขนาดไวร์เมชให้เหมาะกับงานเทพื้น ขึ้นอยู่กับว่า “พื้นนั้นรับน้ำหนักมากแค่ไหน” ถ้าเป็นพื้นบ้านทั่วไปที่ใช้เดินหรือวางเฟอร์นิเจอร์ปกติ ขนาด 2.8 หรือ 3.0 มม. ก็เพียงพอ แต่ถ้าพื้นต้องรับน้ำหนักมาก เช่น จอดรถ หรือทำพื้นโกดัง ควรใช้ 4.0 มม. หรือมากกว่านั้น ส่วนงานที่ต้องรองรับรถบรรทุกหรือเครื่องจักร...

Scroll to top